รีวิว Ratchet And Clank: Rift Apart เกมส์ปกป้องจักวาล สุดมัน

รีวิว Ratchet คือเกม Action Shooter Adventure มุมมอง Third-Person ที่ Set-Up โลกอนาคตในห้วงอวกาศแบบ Sci-Fi

รีวิว Ratchet  สำหรับเกมเพลย์ของเกมนี้นั้นก็เหมือนเกม Action Shooter อื่น ๆ ที่เราจะต้องวิ่งหลบยิง จนกว่าจะเอาชนะศัตรูทั้งหมดได้ ศัตรูเกมนี้ก็ไม่ค่อยเก่งอะไรมากมายนัก แต่ทว่าจำนวนของมันที่โผล่มาให้เราสู้ในแต่ละครั้งคือเยอะมาก นั่นจึงทำให้การต่อสู้แต่ละครั้งมันค่อนข้างจะออกแนวตะลุมบอนซะส่วนใหญ่ ใน 1 ซีน 1 ฉาก มีอะไรเกิดขึ้นตรงหน้าจอเราเยอะมาก ไม่ว่าจะศัตรู NPC ประกอบฉากที่วิ่งวุ่น ฉากหลักที่สุดแสนจะวุ่นวาย เศษชิ้นส่วนของศัตรูที่กระเด็นหลุดของมาเป็นชิ้น ๆ ไอเทมที่เราเก็บได้ และรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เต็มไปหมด ทำให้เราต้องเคลื่อนไหวสังเกตและระมัดระวังสิ่งรอบตัวแทบจะตลอดเวลา ทำให้อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่เป็น motion sickness เท่าไหร่

นอกจากนี้ตัวเกมยังมี Puzzle ให้ผู้เล่นลับสมองประลองปัญญาสอดแทรกมาให้ได้เล่นเป็นครั้งคราว บ้างก็ต้องแก้เพื่อผ่านไปข้างหน้า บ้างก็มาในรูปแบบมินิเกมที่มีรูปแบบเกมเพลย์ฉีกออกจากรูปแบบเดิมไปเลย ซึ่งโดยรวมก็ถือว่าไม่ยากไม่ง่ายจนเกินไป สนุกดี

จากตัวอย่างเกมได้มีการเปิดเผยให้เราได้เห็นตัวละคร Rivet ตัวละครใหม่ที่เป็น Lombax ผู้หญิง ที่จะมามีบทบาทสำคัญมาก ๆ ในเกมภาคนี้ โดยเราจะได้เล่นสลับกับตัวละคร Ratchet แยกกันไปทำภารกิจต่าง ๆ ในดาวแต่ละดวง ซึ่งการกระจายบทถือว่าโอเคและลงตัวมาก ๆ แต่ในแง่ของเกมเพลย์ 2 ตัวละครนี้ไม่มีความแตกต่างกันเลยยกเว้นรูปร่างและแอนิเมชันบางอย่าง แต่ combat อาวุธที่มีให้ใช้ได้นั้นมันเหมือนกันเป๊ะ ๆ อย่างกับใช้คลังอาวุธร่วมกัน เช่น ตัวนึงอัปเกรดอาวุธอะไรมาอีกตัวก็จะได้อัปตาม ทั้ง ๆ ที่อยู่คนละ timeline กันชัด ๆ ข้อดีก็คือไม่ต้องฟาร์มอะไรมากมายแชร์ของร่วมกันเล่นง่ายดี แต่ข้อเสียก็คือขาดความหลากหลายไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเล่นตัวละครใหม่สักเท่าไหร่

สำหรับเกมนี้การออกผจญภัยของเราจะถูกแบ่งโซนพื้นที่เป็นดาวแต่ละดวง จบดาวนี้ต่อดาวนู้น โดนดึงไปมิตินู้นย้อนกลับไปมิตินี้เรื่อย ๆ ซึ่งการเดินทางส่วนใหญ่จะเป็นเส้นตรงตามเนื้อเรื่องไปเรื่อย ๆ อาจจะมีจุดแวะฟาร์มตามฉากได้บ้างแต่ก็ไม่ได้กว้างขนาด Open-World แต่ทุก ๆ การเดินทางในแต่ละดาวนี่โคตรสุด สุดจริง ๆ

แต่ละดาวถูกดีไซน์ระบบนิเวศได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะบรรยากาศ การใช้ชีวิตของสิ่งมีชีวิตแต่ละดาว เกมเพลย์ที่สอดแทรกให้เราได้เล่นในแต่ละดาว มันมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทำให้ในทุก ๆ ครั้งที่เราต้องไปยังดาวดวงใหม่ ๆ นี่คืออดตื่นเต้นไม่ได้ทุกครั้งจริง ๆ และที่สำคัญดวงดาวที่เราสามารถไปสำรวจได้นั้นมีเยอะมาก ๆ เยอะขนาดที่ว่าพอผมเล่นถึงช่วงท้าย ๆ ยังตกใจว่าเห้ย!! ยังไม่หมดอีกเหรอ ยังมีดาวที่ไปได้เพิ่มขึ้นมาอีกเหรอ? คอนเทนต์ไม่รู้จะเยอะไปไหน จัดเต็มจริง ๆ

ถือว่าเป็นเกม 3D แอนิมเชันที่ควรยกให้เป็นเกมระดับ AAA ได้เลย ตัวเกมได้ดึงศักยภาพของเครื่อง PlayStation 5 มาใช้ได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ไม่ว่าจะความสามารถของ DualSense Graphic ที่สมกับเป็นเกม Next Gen ระบบเสียง 3D audio ที่แยกเสียงได้อย่างละเอียดและชัดเจน ตลอดการเล่นกว่า 15 ชั่วโมงของผมได้ให้ประสบการณ์การเล่นที่ยอดเยี่ยมจนพูดได้เต็มปากว่าเกมนี้เหมาะสมกับเป็นเกม Exclusive ของ PlayStation 5 แล้ว

สรุป

แม้เนื้อเรื่องจะยังไม่ค่อยเข้มข้นถึงขนาดถูกใจสายฮาร์ดคอร์ได้ เพราะก่อนอื่นก็ต้องยอมรับว่าเกมนี้เหมือนถูกสร้างมาเพื่อจับกลุ่มผู้เล่นที่เป็นเด็กซะส่วนใหญ่ แต่ถ้าหากเปิดใจเล่นจริง ๆ ก็ยังถือว่าตัวเกมมีสตอรี่ที่ดูได้เพลิน ๆ เสมือนเรากำลังนั่งดูแอนิเมชันดี ๆ สักเรื่อง และถึงแม้คุณจะไม่เคยเล่นตัวเกมภาคเก่ามาก่อน คุณก็สามารถเริ่มเล่นตั้งแต่ภาคนี้ได้เลย เพราะเนื้อเรื่องถือว่านำเสนอคนละเหตุการณ์กัน แต่อาจจะไม่ค่อยอินเรื่องความสัมพันธ์ของบางตัวละครเท่านั้นเอง นอกจานี้เกมเพลย์เกมนี้ค่อนข้างจะไวทำให้อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่เป็น motion sickness เท่าไหร่ เพราะฉะนั้นหากคุณมีเครื่อง PlayStation 5 อยู่ในมือเกมนี้ก็ถือว่าเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ แนะนำว่าต้องลองครับผม

รีวิว Ratchet

อ่านเพิ่มเติม >>>>>  loadgamekung

เกมส์ออนไลน์ได้เงินจริง >>>>>  สมัคร