แนะนำเกม Lost Judgment เกมสุดมันที่คุณนั้นจะลุยไปค้นหาความจริง สุดโหดร้าย

แนะนำเกม Lost Judgment เกมที่ชาว yakuza ต่างรอคอย ได้กลับมาทำให้ตื่นเต้นอีกครั้ง  

แนะนำเกม Lost Judgment สตอรี่ Lost Judgment จะเป็นไทม์ไลน์ช่วงหลังเหตุการณ์ Yakuza: Like A Dragon ที่วันหนึ่ง นักสืบเอกชน Takayuki Yagami (ตัวละครเอกของเรื่อง) และ Masaharu Kaito ได้ขอความช่วยเหลือจาก Fumiya Sugiura กับ Makoto Tsukumo เพื่อช่วยสอบสวนในโรงเรียนมัธยมศึกษา Seiryo เพื่อหาหลักฐานว่ามีการกลั่นแกล้งในโรงเรียนจริงหรือไม่

ทว่าระหว่างสืบสวน ค้นพบว่า Hiro Mikoshiba ชายหนุ่มที่โดนฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม เมื่อ 2 เดือนก่อน คือครูฝึกหัดของโรงเรียน Seiryo และคดีดังกล่าว อาจมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เด็กนักเรียนคนหนึ่งในโรงเรียน Seiryo ตัดสินใจฆ่าตัวตายเมื่อ 4 ปีก่อนเพราะทนแรงกดดันจากการโดนรังแกไม่ไหว ทาง Yagami จึงถูกว่าจ้างให้ทำการสืบสวนคดีฆาตกรรม Mikoshiba พร้อมล่าหาความจริงที่ไม่ได้ถูกเปิดเผยมานานหลายปี

การเล่าเนื้อเรื่องของ Lost Judgment จะคล้ายกับ Yakuza/Judgment คือตัวเกมจะดำเนินเนื้อเรื่องเป็นเส้นตรงแบบค่อยเป็นค่อยไป ทุกช่วงทุกตอนมีการแก้ไขปริศนา ความเข้มข้น ลุ้นระทึก ตื่นเต้นในช่วงกลางถึงท้ายเรื่อง และฉากดราม่าเรียกน้ำตาเหมือนรับชมซีรีส์ดราม่าญี่ปุ่นดี ๆ เรื่องหนึ่ง รวมถึงตัวเกมเชิญชวนให้เพลเยอร์ตั้งคำถามเกี่ยวกับความยุติธรรมและศีลธรรม ที่แต่ละคนมีวิธีตัดสินพิพากษาและแนวทางไม่เหมือนกัน

หากเทียบกับเนื้อเรื่องภาคแรก เกม Lost Judgment จะมีเนื้อหาที่ไม่ได้เน้นเล่าเรื่องส่วนบุคคล แต่ตัวเกมก็ได้ทดแทนให้ตัวละครใหม่ มีบทบาทเด่นมากขึ้น โดยเฉพาะ Jin Kuwana นักทำอาชีพ Handyman (เพียงแค่ชื่อ ) ซึ่งเราคิดว่าเป็นตัวละครที่มีโครงซับซ้อนน่าสนใจ และ Tsukumo หนุ่มเนิร์ดที่ภาคแรกเป็นเพียงตัวละครประกอบ ในภาคนี้กลายเป็นตัวละครสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ นักแสดงกับนักพากย์ทุกคน สามารถแสดงได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งช่วยให้เพลเยอร์สามารถอินกับเนื้อเรื่องได้ง่ายขึ้น

แนะนำเกม Lost Judgment

เกมเพลย์

Lost Judgment มีระบบการต่อสู้เป็นแนว Action Beat’em Up คล้ายกับ Yakuza 6 และ Judgment ซึ่งแตกต่างจาก Yakuza: Like A Dragon ที่กลายเป็นเกม RPG อย่างเต็มรูปแบบ

ตรงส่วนนี้ไม่มีให้กล่าวเพิ่มเติมมากนัก เพราะระบบหลายอย่างยังคงคล้ายกับเกม Judgment โดยไม่มีการอัปเกรดจากภาคก่อน ยกเว้นแต่ระบบการต่อสู้ได้มีการปรับปรุงให้ลื่นไหลขึ้นจากภาคก่อน รวมถึงเปิดตัวท่าต่อสู้ใหม่ที่เรียกว่า Snake Style

Yagami มีท่าต่อสู้ 3 รูปแบบระหว่าง Crane Style (สีฟ้า) เน้นการโจมตีเป็นวงกว้าง และควบคุมฝูงชน, Tiger Style (สีแดง) เน้นการโจมตีศัตรูแบบ 1 ต่อ 1 และการชาร์จโจมตี กับ Snake Style (สีเขียว) เน้นการ Parry การจับ และปลดอาวุธศัตรู ซึ่งทุกกระบวนท่ามีการควบคุมลื่นไหล ตอบสนองได้ดีกว่าเกมภาคแรก โดยเฉพาะ Snake Style ที่ตอนนี้ กลายเป็นท่าต่อสู้ที่ชอบใช้ที่สุดไปแล้วเรียบร้อย (Parry สะใจจริง ๆ) โดยแน่นอนว่าท่าต่อสู้ และ Ex Action (หรือ Heat Action ของเกม Yakuza) ใหม่ สามารถปลดล็อกจากการใช้ค่า SP ในหน้าต่าง Skill Book ได้ด้วยการเล่นเนื้อเรื่อง ทำมินิเกม และทำ Side Case

ระหว่างการเล่นเนื้อเรื่อง บางครั้งเพลเยอร์ต้องตอบคำถาม และโชว์หลักฐานให้ถูกต้อง แต่แม้ผู้เล่นจะเลือกตอบผิด ก็ยังสามารถเลือกใหม่ได้อีกครั้งโดยไม่โดนลงโทษใด ๆ ซึ่งบางคนอาจจะมองว่าเป็นข้อเสีย เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้เพลเยอร์ตอบมั่วไม่สมกับเป็นนักสืบ แต่สำหรับผู้เล่นทั่วไปมันเป็นระบบที่ช่วยให้เข้าถึงตัวเกมง่ายขึ้น

แนะนำเกม Lost Judgment

กราฟิก

Lost Judgment พัฒนาโดยเครื่องมือ In-House ของ SEGA อย่าง Dragon Engine โดยจากการเล่นเกมผ่านไปราว 20 ชั่วโมงด้วยเครื่องคอนโซล PlayStation 4 Pro เราพบว่าตัวเกมสามารถรันได้ลื่นไหล 30FPS เกือบตลอดการเล่น โดยแสดงอาการกระตุกหรือเฟรมเรตตกเป็นบางครั้ง หาก Partical Effect บนหน้าจอมีเยอะเกินไป แต่อาการดังกล่าวยังเกิดขึ้นได้น้อยมาก ๆ หากเทียบกับเกมภาคแรก จึงถือว่าตัวเกมมีการปรับปรุงประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม เกมคอนโซล Next-Gen อย่าง PlayStation 5 ก็ยังคงเป็นตัวเลือกเหมาะที่สุดสำหรับการเล่น Lost Judgment เพราะเกมเวอร์ชันดังกล่าว มีตัวเลือกกราฟิกให้ปรับระหว่างโหมด Standard ที่รันด้วยภาพ 1440p 60FPS และโหมด Resolution Priority ซึ่งรันด้วยภาพ Native 4K 30FPS นอกจากนี้ ด้วยขุมพลังของ SSD ก็ทำให้ตัวเกมสามารถโหลดแผนที่ได้รวดเร็ว จนลืมไปเลยว่าเคยว่าหน้าต่าง Loading

ส่วนภาพกราฟิกโดยรวม ไม่ได้มีการอัปเกรดจากเกมภาคแรกมากนัก ยกเว้นมีการเพิ่มรายละเอียดใบหน้าตัวละคร แสง เงา และ Texture วัตถุกับกำแพง ให้มีความคมชัดมากขึ้น รวมถึงโทนสีภาพมีการปรับเปลี่ยนใหม่ให้ดูสมจริง

สรุป

Lost Judgment มาพร้อมเนื้อเรื่อง Action Drama เข้มข้น ที่กล้าหยิบประเด็นอ่อนไหวอย่างการกลั่นแกล้งในโรงเรียนมาเป็นธีมหลัก แม้เกมโดยรวมไม่ได้อัปเกรดจากภาคแรกมากนัก แต่ด้วยมินิเกมกับเนื้อเรื่องเสริมตลกโปกฮายังมาครบ พร้อมปรับปรุงระบบการต่อสู้และเพิ่มเกมเพลย์ให้สนุกหลากหลายขึ้น ใครที่ติดตามซีรีส์ Yakuza / Judgment ไม่มีทางผิดหวังเกมนี้แน่นอน