REVIEW ASUS TUF Dash F15 โน้ตบุ้ค เกมมิ่ง แห่งยุค เกมเมอร์ต้องมี

REVIEW ASUS TUF Dash F15 อีกทางเลือกของเกมเมอร์ ในยุควิกฤติการ์ดจอ

REVIEW ASUS TUF Dash F15  ดูเหมือนว่าสถานการณ์ก็น่าจะยังไม่คลี่คลายลงในเร็ววัน เพราะเมื่อไม่นานมานี้ Intel ก็ออกโรงเตือนว่าเราอาจจะต้องอยู่กันแบบนี้ไปอย่างต่ำก็จนถึงปี 2023, ตรงกับที่หลาย ๆ บริษัทยักษ์ใหญ่เคยออกมาบอกไว้ในทิศทางเดียวกัน

เมื่อเห็นแบบนี้ การจะอัปเกรด PC สักเครื่องก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีสักเท่าไร ในทางกลับกันก็ทำให้โน้ตบุ๊คกลายมาเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นทีเดียว ด้วยราคาที่แน่นอน และยังคุ้มค่ามากกว่าเมื่อเทียบกับ PC แบบครบชุด

และหนึ่งในโน้ตบุ๊คที่เราอยากจะมาแนะนำ ก็คือ ASUS TUF Dash F15 ตัวแรง ซึ่งถูกจัดสรรสเปคมาอย่างดีเยี่ยม และเป็นทางเลือกอันน่าสนใจมาก ๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาการ์ดจอตัวแรงอย่าง RTX 3070 ซึ่งจะพาไปเปิดประสบการณ์ของเกมในยุคปัจจุบันได้อย่างเต็มอิ่ม

สเปคของเจ้าตัวนี้

CPU : Intel Core i7-11370H, 3.3 GHz (up to 4.8 GHz)
GPU : Nvidia Geforce RTX 3070 GDDR6 8 GB
RAM : 16 GB DDR4
Storage : 512 GB M.2 NVMe PCIe 3.0 SSD
Display : 15.6 นิ้ว Full HD
Refresh Rate : 144 Hz
รองรับ Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.1
มาพร้อม Windows 10 Home
น้ำหนัก : 2.0 กก. (ไม่รวม Adapter)

REVIEW ASUS TUF Dash F15

น้ำหนักเบาสุดๆ

ถ้าว่ากันตามประสาของคนที่ไม่ได้ประกอบคอมพิวเตอร์อยู่บ่อย ๆ , สเปคที่ทาง ASUS ให้มานี้ถือว่าลงตัวมาก ๆ เลยทีเดียวสำหรับวงการเกมมิ่งในปัจจุบัน

โดยจุดเด่นของ ASUS TUF Dash F15 ก็คือการเลือกใช้ซีพียู Intel Core i7 Gen 11 ตัวล่าสุดในรหัส H ซึ่งไม่ใช่แค่มีประสิทธิภาพสูง แต่ยังจัดการพลังงานได้ดี ส่งผลให้ตัวแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 16.6 ชั่วโมง แถมยังมีน้ำหนักเบาเพียงแค่ 2 กิโลกรัมเท่านั้นเอง เรียกว่าสลัดภาพจำเดิม ๆ และก้าวเข้าสู่ยุคสมัยของโน้ตบุ๊คเกมมิ่งที่ทั้ง “แรง และพกพาสะดวก” อย่างเต็มตัวแล้ว

Asus TUF DASH F15 FX516PR Software Driver (Free Download) - Driver-Asus.Com

การออกแบบ

TUF Dash F15 มากับบอดี้สี “Eclipse Grey” ดูหรูหรา ตรงบริเวณฝาหลังมีการสกรีนอักษร TUF เอาไว้เพื่อบ่งบอกถึงเอกลักษณ์อย่างชัดเจน แต่ก็ไม่เตะสายตามากเกินไป กลับกันยังดูเรียบร้อย และสามารถพกไปใช้ทำงานนอกสถานที่ได้แบบไม่เคอะเขิน

ความน่าสนใจอีกประการ ก็คือขนาดที่บางเพียงแค่ 1.99 เซนติเมตรเท่านั้นเอง เช่นเดียวกับหน้าจอที่ก็มาในดีไซน์ขอบบาง ชวนให้สัมผัสประสบการณ์บันเทิงแบบไร้กรอบจำกัด แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งชื่อชั้นของ “TUF” ที่มีความแข็งแรงเป็นเลิศอยู่เช่นเคย

โดยรุ่นนี้ก็ผ่านการทดสอบ MIL-STD-810H ซึ่งเป็นมาตรฐานอันเข้มงวดของกองทัพ ทำให้มั่นใจว่ามันจะทนต่อการกระทบกระแทกในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะพกพาไปที่ไหนก็หายห่วง ทั้งการตก, ความชื้น หรือเมื่อต้องเจอกับอุณหภูมิที่สุดขั้วก็ตาม

สำหรับตัวคีย์บอร์ดของเครื่อง จะเป็น Layout แบบที่ไม่มี Numpad ทำให้ได้พื้นที่การวางปุ่มที่กว้างขวางยิ่งกว่า มาพร้อมกับไฟสีเขียวใต้คีย์บอร์ด ซึ่งถึงจะไม่ใช่ RGB แต่ก็สามารถเลือกเอฟเฟคต์การกระพริบของไฟที่ต้องการได้ทันใจ ผ่านปุ่มลัด หรือเข้าไปปรับได้ที่ซอฟต์แวร์ของเครื่องโดยตรง

อีกจุดหนึ่งที่ต้องชื่นชมทาง ASUS เลย ก็คือการเลือกใช้วัสดุที่เป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์และพลาสติกเกรดสูง ซึ่งใครที่ชอบพิมพ์กับคีย์บอร์ด หรือใช้งาน Touchpad ก็น่าจะต้องเคยเจอกับปัญหาที่ว่าเมื่อใช้งานไปนาน ๆ แล้วจะมีคราบมันหรือรอยนิ้วมือจนต้องมาเช็ดออกอยู่บ่อย ๆ แต่พอเป็นผิวแบบนี้ ก็ทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาดมากขึ้นเยอะทีเดียว

สรุป

ทั้งนี้ ASUS TUF Dash F15 ก็ยังรองรับการใช้งานในด้านอื่น ๆ โดยสามารถนำมาตัดต่อวิดีโอได้สบายมาก ซึ่งสำหรับใครที่อยากตัดต่อไปด้วย เชื่อมต่อกับกล้องไปด้วย ตัวเครื่องนี้ก็ยังมีพอร์ต Thunderbolt 4 ให้ได้ใช้กันด้วยความเร็วการโอนถ่ายข้อมูลที่สูงถึง 40 Gbps, เรียกว่าครบ จบในตัว ตัดงานเสร็จก็พร้อมเรนเดอร์และเตรียมนำไปใช้ได้ทันที

นอกจากนี้ ตัวซีพียู Intel 11th Gen ก็ยังแรงมากพอที่จะทำให้เราสามารถไลฟ์สตรีมเกมผ่านโน้ตบุ๊คกันได้อย่างไม่ยากเย็น ด้วยความอัจฉริยะของการลบพื้นหลังในวิดีโอ, ได้ความละเอียดสูงสุด 4K และเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi 6 อันเป็นเทคโนโลยีล่าสุดในยุคปัจจุบัน ซึ่งรองรับความเร็วได้ถึง 9.6 Gbps

ปิดท้ายกันด้วยฟังก์ชันการทำงานทั่ว ๆ ไป ซึ่งก็อย่างที่บอกว่า Intel Gen นี้แบตอึด อยู่นานมากจริง ๆ ทำให้เราสามารถพกพาออกไปนอกสถานที่ได้ จะใช้พิมพ์เอกสาร, เล่นโซเชียล หรือเทรดเหรียญคริปโตฯ ก็รับรองว่าไม่พลาดทุกจังหวะสำคัญแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม >>>>>  loadgamekung

เกมส์ออนไลน์ได้เงินจริง >>>>>  สมัคร